พระปิดตามหาโชค มงคลชุมแสง

ประวัติความเป็นมาของไม้ชุมแสงมีกาฝาก

ในค่ำคืนหนึ่งลูกศิษย์ของตาหลวงเขียวที่ผ่านการครอบครูจากท่านอย่างเป็นทางการ มีนิมิตไปว่า “มีเทวดาอารักษ์ซึ่งแต่งกายด้วยชุดขาว มาบอกให้ไปเอาของวิเศษอย่างหนึ่ง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก และจะอยู่ในหนองน้ำติดกับสถานีรถไฟ” และก่อนไปให้จุดธูปที่หน้าหิ้งพระเพื่อบอกกล่าวแก่ครูบาอาจารย์ที่ตนนับถือ แล้วจะพบเจอสิ่งนั้นด้วยตนเอง
รุ่งเช้าวันใหม่ลูกศิษย์คนดังกล่าว ก็ปฏิบัติตามคำบอกทุกประการ เดินทางไปพบหนองน้ำแห่งหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ  จึงได้พิจารณาสถานที่ดังกล่าวตรงตามที่เห็นในนิมิตทุกประการ จึงได้ตั้งเครื่องบัตรพลีต่อเทวดาอารักษ์และเจ้าที่ที่สิ่งสถิต ณ ที่แห่งนี้ เมื่อเดินลงไปในหนองน้ำได้สังเกตเห็นต้นไม้ชนิดหนึ่งแปลงตากว่าต้นไม้ทั่วไป  กล่าวคือ มีกาฝากเกาะที่กิ่งเต็มไปหมด  เมื่อสังเกตดูอย่างละเอียด พบว่า เป็นต้นชุมแสงมีกาฝาก ซึ่งตรงตามตำราของตาหลวงเขียว กล่าวไว้ว่า         “หากนำมาทำของขลัง จะมีพุทธคุณด้านเสน่ห์เมตาหมานิยมเป็นเลิศ ดลบันดาลให้เกิดโชคลาภ และจะร่ำรวยเงินทอง ชุมยศ  ชุมเงิน ชุมทอง ชุมลาภ ประเสริฐกว่าไม้ทั้งปวง ”
ลูกศิษย์คนดังกล่าวจึงได้เริ่มทำพิธีขอบัตรฟรีจากเทวดาอารักษ์และเจ้าที่ที่สิ่งสถิต และว่าจ้างชาวบ้านในละแวกนั้นเป็นผู้ตัด โดยลูกศิษย์คนดังกล่าวไปทำธุระข้างนอกโดยเห็นว่าตนเองได้ทำการขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิไว้แล้ว  และแล้วเหตุการณ์มหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ชาวบ้านได้ช่วยกัน      ตัดต้นชุมแสงต้นด้งกล่าวขาดออกจากโค่นต้น และตัดกิ่งไม้ที่อยู่ด้านบนออกจนหมด แต่ต้นชุมแสงก็ไม้ยอมล้มโดยใช้เวลายืนโด่นอยู่ 3 ชม.เต็ม จึงตัดสินใจโทรมาบอกลูกศิษย์ของท่านคนดังกล่าว  จึงกลับไปดูยังที่เกิดเหตุ แต่เมื่อเดินลงจากรถเข้าใกล้ต้นไม้ชุมแสงเพียงไม่กี่ก้าว ไม้ชุมแสงกลับล้มลงมาอย่าง่ายดาย  เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทราบว่า “ไม้ชุมแสงมีกาฝากได้เฉพาะคนเท่านั้น”
และในคืนนั้นเองเทวดาอารักษ์ที่รักษาต้นไม้ชนิดนี้ ก็ได้มาบอกกล่าวกับลูกศิษย์คนดังกล่าวว่า “ต้นไม้ชนิดนี้ท่านให้เฉพาะคน” ให้นำไปแกะเป็นเครื่องรางของขลังจะมีพุทธคุณเป็นเลิศทุกทางตามแต่จะปรารถนาเทอญ แต่อย่างลืมเมื่อนำไปทำวัตถุมงคลแล้วให้นึกถึงท่าน และอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่านด้วย และได้เล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ว่า “ที่หนองน้ำแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า หนองชุมแสง ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟบ้านนางหลง   เดิมทีลูกสาวเจ้าเมืองพัทลุงจะไปไหว้พระธาตุที่ จ.นครศรีธรรมราช นำข้าราชบริพารเดินทางมาจากเมืองพัทลุง ผ่านตำบลขอนหาด และมาแวะพักในบริเวณหนองน้ำดังกล่าว เกิดอาเพศทำให้เจ้าหญิงและข้าราชบริพารหลงติดอยู่           ณ  ที่หนองน้ำแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน จึงจะหาทางออกมาได้ สถานที่แห่งนี้ชาวบ้านจึงเรียกว่า “บ้านนางหลง” ตั้งแต่บันนั้นเป็นต้นมา
เมื่อตัดไม้มาได้ลูกศิษย์คนดังกล่าว ได้นำเรื่องราวทั้งหมดไปเล่าให้อาจารย์ของตน คือ       ตาหลวงเขียว แห่งสำนักวัดห้วยเงาะฟัง ตาหลวงบอกว่า “ให้นำไม้ดังกล่าวมาแกะเป็นปลัดขิกจะได้เป็นมหาเสน่ห์  แกะปิดตาจะได้เป็นมหาลาภ และแกะเป็นพรานมโนราห์จะได้กันคุณไสยและอุดมโชคโภคทรัพย์”  และยังกำชับให้ลูกศิษย์คนดังกล่าวไปขุดเอาโค่นต้นและรากมาให้หมด เพราะสามารถนำมาทำวัตถุมงคลได้  ถือเป็นของอาถรรพ์และหาได้ยากยิ่ง ในชีวิตของท่านพบเจอต้นชุมแสงมีกาฝากนี้เพียง 2-3  ครั้งเท่านั้น และให้ไปทำวัตถุมงคลมาท่านจะปลุกเสกให้อย่างเต็มที่

ลูกศิษย์คนดังกล่าวได้ขออนุญาตจากท่านเจ้าอาวาสวัดห้วยเงาะ คือ ท่านพระปลัดอุดม     อริโย  ขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคลตามที่กล่าวมาซึ่งท่านอนุญาตให้จัดสร้างได้ตามความต้องการ พร้อมทั้งกำหนดฤกษ์ที่จะพุทธาภิเษกให้ คือ วันเสาร์ห้า ปี 2554 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ แรมห้าค่ำ        เดือนห้า (วันเสาร์ ที่23 เดือนเมษายน 2554) และให้การรับรองวัตถุมงคลชุดนี้ถือเป็นของ             วัดห้วยเงาะอย่างเป็นทางการ

หมายเหตุ
ชุดกรรมการฝังผงแก่นรักแดง
ผงไม้ชองระอาก้นคุณไสย
กาฝาก 108
ผงว่าน  108
ครั่งพุทรา
ผงสังกัจจายนะมหาลาภขั้นสุดยอด

พลอยแดง

ชุดธรรมดา
ชุดกรรมการฝังผงแก่นรักแดง
ผงไม้ช่องระอาก้นคุณไสย
กาฝาก 108
ผงว่าน  108
ครั่งพุทรา
ผงสังกัจจายนะมหาลาภขั้นสุดยอด
เพชรหน้าทั่ง

ชุดกรรมการสร้าง    299   ชุด

ในการบูรณะพระอุโบสถไม้สักหลังเก่า ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยหลวงพ่อแก้วในยุคที่ท่านต้องล่องเรือไปมา ระหว่าง วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรีและวัดในปากทะเล จ.เพชรบุรี โดยทำการรื้อตั้งแต่รากฐานแล้วยกพื้น จนถึงเปลี่ยนยอดช่อฟ้าและเครื่องประกอบอื่นๆ เนื่องจากผ่านการเวลามานานมากและอยู่ริมทะเล  แต่ดำเนินการซ่อมแซมในเชิงอนุรักษ์คือคงรูปแบบเดิมไว้ทุกประการ  ต้องใช้งบประมาณจำนวนพอสมควรในการบูรณะพระอุโบสถไม้สักหลังนี้   ปัจจุบันมีหลักฐานสำคัญยืนยันในการพบรูปเก่าหลวงพ่อแก้ว ในเขตวัดในปากทะเลซึ่งท่านถ่ายไว้น่าจะราวปี พ.ศ. 2448
ซึ่งหลักฐานดังกล่าวได้ระบุวันเดือนปีที่พัดในภาพชัดเจน ทำให้ทราบว่าวัดในปากทะเลที่มีเจ้าอาวาสสืบต่อในขณะนั้นคือหลวงพ่อปลอด ท่านเป็นคนร่วมยุคเดียวกันกับหลวงพ่อแก้วคือ เมื่อมีคนนิมนต์หลวงพ่อแก้วท่านให้ครองวัดในปากทะเล ท่านได้ดูแลวัดนี้มาระยะหนึ่งและท่านได้ไปจำพรรษาที่วัดเครือวัลย์ในระหว่างที่หลวงพ่อแก้วท่านเดินทางไปมาระหว่างวัดในปากทะเลกับวัดเครือวัลย์ ท่านได้นิมนต์หลวงพ่อปลอดมาปกครองดูแลวัดแทนท่าน เนื่องจากท่านมีวัดเครือวัลย์จ.ชลบุรีเป็นภาระในการต้องฉลองศรัทธาญาติโยมอีกแห่งหนึ่งด้วยนอกจากนั้น ยังพบผงเก่าบรรจุอยู่ในไหเฟืองจำนวนมากพอสมควรซึ่งตกทอดกันมาภายในวัดจากเจ้าอาวาสรุ่นต่อรุ่น
ซึ่งในไหนั้นบรรจุผงซึ่งมีเศษชิ้นส่วนของพระปิดตาพิมพ์ปั้นลอยองค์ที่ชำรุดปนอยู่ ทำให้ทราบว่าเป็นผงที่ใช้ทำพระสมัยหลวงพ่อแก้ว และหลวงพ่อปลอดเองท่านก็นำผงนี้มาทำลูกอมแจก โดยทั้งพระปิดตาและลูกอมวัดในปากทะเล มีพุทธคุณเป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นสุดยอดด้านเมตตาโชคลาภคุ้มภัยแก่ผู้ที่มีไว้ติดตัว สร้างชื่อเสียงให้กับ วัดในปากทะเลมานานนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นเรื่องเล่าขานที่ประทับใจผู้คนทั่วทุกสารทิศ ว่า พระปิดตาพิมพ์ปั้นลอยองค์และลูกอมวัดในปากทะเลเป็นสุดยอดวัตถุมงคลเนื้อผงพุทธคุณแห่งยุคเลยทีเดียว
ในการบูรณะพระอุโบสถไม้สักครั้งนี้ ได้จัดสร้างพระปิดตากดมือแบบโบราณ เนื้อผงคลุกรักขึ้น 500 องค์  และ พระปิดตาเนื้อผงพุทธคุณสีขาว ผสมผงเก่าหลวงพ่อแก้ว อีกจำนวน 2554 องค์เพื่อมอบเป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่ร่วมทำบุญทุกท่าน โดยแบ่งพระออกเป็นสองส่วนเท่าๆกัน  ส่วนแรกมอบเป็นที่ระลึกกับผู้ร่วมเป็นเจ้าภาพซ่อมแซมพระอุโบสถ ส่วนพระปิดตาอีกจำนวนหนึ่งมอบให้ชาวมาเลเซียที่ร่วมทำผ้าป่ามาสมทบในการบูรณะพระอุโบสถเก่าวัดในปากทะเลในครั้งนี้ด้วย